ขอบคุณสำหรับเรือ

ขอบคุณสำหรับเรือ

ลุยช่วยคนที่น้ำท่วม

ลุยช่วยคนที่น้ำท่วม
ระวังเรือล่มนะ

ช่วยเหลือพี่น้องที่น้ำท่วม

ช่วยเหลือพี่น้องที่น้ำท่วม
เราคนไทยไม่ทิ้งกัน

อย่าลืมอธิษฐานเผื่อพี่น้องอาข่านะครับ

อย่าลืมอธิษฐานเผื่อพี่น้องอาข่านะครับ
เราต้องการคำอธิษฐานเผื่อ

ภาพนี้ให้บทเรียนอะไรบ้าง

ภาพนี้ให้บทเรียนอะไรบ้าง
จะปลอบใจ หนุนใจ กันเถิด

หัวเหดหยัง

หัวเหดหยัง
อย่าเว้าเรื่องแฟนอายเผิน

การเลือกคู่ครองที่ถูกต้อง

การเลือกคู่ครองที่ถูกต้อง
อย่าเทียมแอกกับคนไม่เชื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

พระเยซูสอนการอธิษฐาน

พระเยซูสอนการอธิษฐาน
( มัทธิว 6:7-13) 1. สรรเสริญ
- ยกย่อง,ขอบคุณ,เชิดชู,ให้เกียรติ,
2. แสวงหา
- แสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า,1 เธสะโลนิกา4:3 2เปโตร 3:9
น้ำพระทัยของพระเจ้าให้เราเป็นคนบริสุทธิ์ และน้ำพระทัยเพื่อให้ทุกคนรอด
3. สารภาพบาป
- เพื่อชำระความคิดจิตใจ และคืนดีกันกับพี่น้อง สดุดี 66:18 ถ้าซ่อนบาปพระเจ้าไม่ฟังคำอธิษฐาน
4. สถานการ
- ตามความต้องการและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น
ดังนั้นจงกระทำเหมือนพระเยซูสอนให้อธิษฐาน

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แจ้งเวบใหม่ในยูทูบ you tube

ท่านพี่น้องที่รักในพระคริสต์ตอนนี้ทางเวบของเราได้เปิดเวบใหม่เพิ่มเพื่อช่วยให้พี่น้องคริสเตียนได้เข้าถึงพระพรและความจริงของพระเจ้าและได้รับพระพรในหลายรูปแบบโดยผ่านทางคลิบวีดีโอและเพลงหนุนใจต่างๆ ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและรับพระพรได้โดยทางเวบ you tube = ชื่อหน้าเวบ คือ somchit1000
และถ้าท่านพี่น้องมีคลิบคำพยานที่ถ่ายวีดีโอจากกล้องถ่ายรูปไม่เกินสิบนาทีหรือเพลงดีๆก็ส่งมาได้นะครับจะเอาลงในเวบเพื่อเป็นพระพรต่อไป ขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพร อ.สมชิต แจ้งไพร

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คุณอยู่กลุ่มไหน

1. คนโง่แต่ฉลาด
2. คนฉลาดแต่โง่
3. คนโง่ยิ่งโง่หนัก
4. คนฉลาดยิ่งฉลาด

สดุดี 14:1 คนโง่รำพึงอยู่ในใจของตนว่าไม่มีพระเจ้า เขาทั้งหลายก็เลวทรามลง กระทำกิจการที่น่าเกลียดน่าชัง ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี

สดุดี 14:2 พระเจ้าทรงมองฃลงมายังฟ้าสวรรค์ดูลุกหลานของมนุษย์ ว่าจะมีคนใดบ้างที่ฉลาดที่เสาะแสวงหาพระเจ้า

สุภาษิต 1:4 เพื่อให้ความหยั่งรู้แก่คนเขลา ให้ความรู้และความเฉลี่ยวฉลาดแก่คนหนุ่ม ทั้งปราชญ์จะได้ยินและเพิ่มการเรียนรู้และคนที่มีความเข้าใจตะได้ความชำชอง

สุภาษิต 3:7 อย่าคิดว่าตนฉลาด จงยำเกรงพระเจ้าและหันจากความชั่วร้าย

สรุปแล้ว คุณอยู่กลุ่มไหน ทุกคนต้องอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแน่นอน โลกนี้จัดให้คุณ แต่คุณต้องจัดเองและเลือกเอง ว่าสมัครใจอยู่กลุ่มไหนดีเอย อ.สมชิต

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แม่สั่งให้เลิกคะ

ให้เลิกคบเดี๋ยวนี้เลย
สมหญิงกับสมชายพาแฟนหนุ่มไปพบแม่ เพื่อจะฝากเนื้อฝากตัว คุณแม่ : คุณเคยไปบาร์หรือผับหรือเปล่า? สมชาย : อย่างน้อยเดือนละครั้งครับ คุณแม่ : แล้วอบอาบนวด คาราโอเกะ และบ่อนการพนันล่ะ? สมชาย : ไปบ่อยครับ คุณแม่ : (น้ำเสียงเริ่มไม่สู้ดี) แล้วซ่องโสเภณีล่ะ? สมชาย : ก็ไปบ่อยครับ คุณแม่ : (หันมาทางลูกสาว) สมหญิง...แม่สั่งให้เลิกคบกับไอ้ผู้ชายคนนี้เดี๋ยวนี้เลย คนอะไรเลวร้ายเหลือทน? สมหญิง : คุณแม่ค่ะ สมชายเขาเป็นพนักงานเก็บค่าไฟฟ้าค่ะ คุณแม่ : ???!!!ข้อพระคัมภีร์ “จงฟังมากกว่าพูด” (ยากอบ ๑.๑๙)
ขอให้คริสเตียนไปในที่ที่เราควรไป คุณแม่จงตรวจสอบลูกเขยให้ละเอียดทุกซอกทุกมุมนะครับ

คริสเตียนต้องเป็นความสว่างของโลก

เหมือนกับวิธีการจุดไฟของพวกชนเผ่าตองเหลืองทางภาคเหนือของไทย ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึกของจังหวัดแพร่และน่าน พวกเขาจะสร้างกระต๊อบแบบง่ายๆ พอใบไม้เหลืองก็จะโยกย้ายไปที่อื่น พวกเขาจุดไฟมิใช่เพื่อหุงหาอาหารเท่านั้น แต่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายมิให้เข้ามาใกล้ด้วยความสว่างของโลก ชนิดของความสว่าง ความสว่างมีหลายอย่าง เช่น ความสว่างจากเทียน ไฟฉาย เตาไฟ ตะเกียง หลอดไฟฟ้า สปอร์ตไลท์ ดวงดาว ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ เมื่อพระเยซูตรัสว่า “ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก” (ข้อ ๑๔) ขอให้สังเกตว่า พระองค์ไม่ได้บอกว่าให้เราเป็นแสงสว่างชนิดไหน แต่ให้เป็น “แสงสว่าง”ก็พอแล้ว จะสว่างมากสว่างน้อยไม่สำคัญ พระเจ้าตรัสแก่ชนชาติอิสราเอลว่า “จงลุกขึ้นฉายแสง” (อสย. ๖๐.๑) “ความสว่าง” มาจากภาษากรีก phos (โฟส) หมายถึงแสง แสงไฟ ที่แจ้ง ส่องสว่าง แสงของตะเกียง แสงของดวงอาทิตย์ หรือดวงสว่างบนท้องฟ้า แสงประทีปและแสงจากกองไฟที่ลุกโชน ส่วนมากมักจะนำมาใช้ในลักษณะนามธรรม เปรียบเทียบว่า พระเจ้าและพระเยซูคริสต์ทรงเป็นความสว่าง ส่วนฝ่ายตรงข้ามคือผีมารซาตานนั้นเป็นฝ่ายความมืด “ความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดไม่ได้” (๒ คร. ๖.๑๔) บ้านของผมอยู่ในสวนและมีหนูชุกชุมมาก พอตกกลางคืนมันจะยกขบวนขึ้นมาวิ่งไล่อันอยู่บนฝ้าเพดานคึกๆตลอดคืนทำให้รำคาญและนอนไม่หลับ วันหนึ่งผมก็คิดได้ว่าที่บนฝ้าเพดานนั้นมันมืด น่าจะเอาหลอดไฟขึ้นไปติดให้มันสว่างเข้าไว้ แล้วก็จริงดังคาด นับตั้งแต่วันนั้นมาพวกหนูก็ไม่มากล้ำกรายอีกเลย ท่านทั้งหลาย พระเยซูไม่ได้บอกว่าใครๆก็สามารถเป็นความสว่างได้ แต่พระองค์เจาะจงลงไปที่ผู้เชื่อและไว้วางใจในพระองค์เท่านั้น บุคคลเหล่านี้ได้สารภาพความผิดบาป ต้อนรับเอาพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด มีชีวิตจิตวิญญาณที่บังเกิดใหม่แล้ว ในสมัยโบราณคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า พวกทางนั้น (คือทางพระเยซู) พวกคว่ำโลก (คือเมื่อเขาไปถึงที่ไหนก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมนั้นไปในทางที่ดี) และพวกคริสเตียน (เป็นคำเรียกแบบดูถูกดูหมิ่น) ในพระคัมภีร์เราพบว่า พระเยซูทรงเริ่มต้นเรียกพวกเขาเพียงไม่กี่คน และเป็นชาวประมงและคนเก็บภาษี ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ต่ำต้อยในสังคมยุคนั้น แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปีก็ขยายออกไปนับร้อยนับพันคน จนกระทั่งปัจจุบันมีมากกว่า ๒๐ ล้านคนทั่วโลกที่ประกาศตัวว่าเป็นคริสเตียน!ตะเกียง “เมื่อจุดตะเกียงแล้วไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น ท่านทั้งหลายก็เป็นเหมือนตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง” (ข้อ ๑๕-๑๖) นักศาสนศาสตร์ชาวสิงคโปร์ชื่อซาบินได้บอกว่า “ในคืนเดือนมืดและท้องฟ้าโปร่ง ถ้าจุดเทียนไขขึ้นบนภูเขา ผู้ที่อยู่ห่างออกไปราว ๘๐ กิโลเมตรจะสามารถมองเห็นแสงไฟของเทียนไขนั้นได้” ซึ่งตรงกันคำตรัสของพระเยซู “นครซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้” เรื่องตะเกียงมีความหมายฝ่ายจิตวิญญาณดังนี้ ตัวตะเกียง คือผู้เชื่อทุกคน ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า เปาโลบอกว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ในท่าน” (๒ คร. ๖.๑๖) ไส้ตะเกียง คือความสัมพันธ์ส่วนตัวของคริสเตียนกับพระเจ้า อันได้แก่การอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ การนมัสการ และมีชีวิตติดสนิทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเยซูคริสต์ น้ำมัน คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ชีวิตของคริสเตียนจะไม่สามารถเป็นความสว่างได้เลยถ้าขาดพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระคัมภีร์ตักเตือนผู้เชื่อว่า “อย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ” (อฟ. ๕.๑๘) ผลของพระวิญญาณที่สำแดงออกคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความซื่อสัตย์ ความสุภาพอ่อนน้อมและการรู้จักบังคับตน (กท. ๕.๒๒-๒๓) ไฟ คือความกระตือรือร้น ความร้อนรนในชีวิตประจำวันของผู้เชื่อ จำได้ไหมว่าพวกสาวกรุ่นแรกได้พากันรอคอยการเจิมอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม และในวันเพนเตคอสก็มีไฟตกลงมาจากสวรรค์ ลุกพรึบติดอยู่บนศีรษะของพวกเขาทุกคน พวกเขาจึงเป็น “คนมีไฟ” อย่างแท้จริง คริสเตียนในปัจจุบันควรจะเป็น “คนมีไฟ” เช่นเดียวกัน! ความสว่าง ทำให้เราคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในชนบท คืนหนึ่งคนตาบอดก็ได้จุดตะเกียงและเดินไปตามถนนในหมู่บ้าน ยังความแปลกใจให้แก่ผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก มีคนถามเขาว่า “คุณตาบอดแล้วจุดตะเกียงมันจะมีประโยชน์อะไร?” “มีครับ” คนตาบอดตอบ “อย่างน้อยก็ป้องกันมิให้คนอื่นเดินมาชนผม” “???!!” แต่สำหรับคริสเตียนนั้นต่างออกไป เพราะพระเยซูตรัสว่า “เราเป็นความสว่างของโลก” (ยน. ๘.๑๒)เมื่อใครเชื่อในพระองค์แล้ว เขาก็เป็นความสว่างด้วย และต้องส่งความสว่างนั้นออกไป นำคนที่อยู่ในความมืด(ความผิดบาป)มาถึงพระคริสต์อุปสรรค การเป็นตะเกียงมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ถูกลมพัด คืออุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตคริสเตียน การต่อต้าน เสียงนินทาว่าร้าย ทำให้เกิดความท้อแท้ใจ หรือบางทีเพราะว่าผู้เชื่อเป็นคนดีเกินไป หรือเป็นคนเลวอย่างคาดไม่ถึงก็เป็นได้ น้ำมันหมด คือชีวิตที่ไม่ได้ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ มีแต่เนื้อหนังและความผิดบาป (กท. ๕.๑๙-๒๑) เป็นเหมือนหญิงพรหมจารีห้าคนที่โง่เขลา น้ำมันหมดระหว่างรอคอยการมาของเจ้าบ่าว และพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย เอาถังครอบไว้ คือมีบางสิ่งบางอย่างปิดบังอยู่ ทำให้ผู้คนมองไม่เห็นแสงสว่างของพระคริสต์ในชีวิตของเรา ในภาษากรีก modios (มอดิออส) มีลักษณะเป็นถังที่ทำด้วยดินเหนียว ใช้สำหรับชั่วตวงเมล็ดพืช ในชีวิตของเรามีถังอะไรบ้าง? ถังแห่งความบาป ความเห็นแก่ตัว ขี้งก ขี้โลภ ถังแห่งการคดโกงคอรัปชั่น ปากร้าย ฯลฯ นักเขียนท่านหนึ่งได้บอกถึงลักษณะของคริสเตียนที่ดีว่า “มาดต้องตา วาจาต้องใจ ภายในต้องเยี่ยม!” หมายถึงคนของพระเจ้าต้องแต่งกายดี มีมนุษยสัมพันธ์(พูดจาดี) และมีจิตใจจิตวิญญาณเหมือนกับพระเยซูคริสต์สรุป นิตยสารไทม์ฉบับเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มียอดการพิมพ์กว่า ๑ ล้านฉบับ ได้กำหนดปกเป็นภาพของเทศกาลคริสตมาส พระเยซูทรงประทับอยู่รางหญ้า แต่ในทันทีทันใดมีข่าวว่าได้จับชายที่อยู่ในความมืดได้ ภาพปกของนิตยสารก็เปลี่ยนไปเป็นภาพซัดดัม ฮุสเซนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน! ตรงนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สังคมของมนุษย์ปัจจุบันชอบเรื่องของความมืดมากกว่าความสว่าง แต่พระเยซูตรัสว่า “พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่” (ยน. ๑.๔-๕) ในที่สุด “ผลของความสว่างคือความดีทุกอย่าง” (อฟ. ๕.๘) จงส่องสว่างออกไป เพื่อผู้คนได้เห็นความดีของคริสเตียนแล้ว เขาจะได้ยกย่องสรรเสริญพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์. ขอพระเจ้าทรงอวยพรให้ชีวิตของคริสเตียนเป้นความสว่างทุกๆวันไม่ใช่บางวันหรือเฉพาะวันอาทิตย์ และส่องสว่างทุกๆที่ไม่ใช่เฉพาะตอนอยู่ในโบสถ์เท่านั้น และคนท่เอาถังครอบไว้ก็รีบเอาออกเพราะถังมันร้อนจนจะละลายแล้ว ส่วนคนท่ตะเกียงจวนจะดับต้องรีบเติบนำมัน คือ การอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ และคนท่ตะเกี่ยงไม่ค่อยสว่างเพราะเขม่าเยอะ หรือบาปเยอะต้องรีบทำความสะอาด ขอให้ตะเกียงของเรามีไฟท่คนอื่นๆมองเห็นได้

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

จงยอมถวายตัวและหัวใจ

เทศนา
- จุดประสงค์....เพื่อให้คริสเตียนยอมถวายตัวและหัวใจอุทิศชีวิตให้พระเจ้า
- คำนำ..... พระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ตลอดทั้งเล่มจะสังเกตเห็นได้ว่าพระคัมภีร?เน้นและท้าทายให้ผู้เชื่อได้อุทิศชีวิตยอมถวายกายใจให้พระเจ้าเพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด และปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะผู้เชื่อทั้งหลายไม่ได้ถวายชีวิตให้กับพระเจ้าจริงๆ
- เรื่อง....จงถวายชีวิตให้กับพระเจ้า โรม 12.1-2
/// การถวายชีวิตให้กับพระเจ้าคืออะไร
/// การถวายชีวิตให้กับพระเจ้าทำไมคริสเตียนทั่วโลกไม่ยอมถวาย
1. เพราะกลัวว่าตนเองจะเสียอิสระภาพ (เหยื่อ)หรือถูกผูกมัด ผูกโยงในความรับผิดชอบ
คือ คิดว่าเมื่อสาบานและยอมถวายชีวิตให้กับพระเจ้าแล้ว จะหมดอิสรภาพและเหมือนเอาเชือกหรือโซ่มาล่ามตัวเอง ผูกมัดตัวเอง
/// นี้ คือ กลอุบาย ง่ายๆ ที่ซาตานใช้ได้ผล เพราะมนุษย์อยากทำตามใจของตนเองอยู่แล้ว
/// แต่พระเจ้ายิ่งทรงท้าทาย เชื้อเชิญ เพราะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ประเสริฐที่สุด และมีพระพรมากมายที่พระเจ้าทรง จัดเตรียมไว้และอวยพระพรให้เรา
เช่น อาเบล-คาอิน โนอาห์ อับราฮัม ยาโคบ โยเซฟ ดาวิด ดาเนียล อื่นๆ
/// บทเรียน ..... มารซาตานยังใช้สิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่กล้า ไม่ยอม ถวายชีวิตให้พระเจ้า
- อย่าหลงเชื่อ อย่าฟัง อย่าแก้ตัว อย่าหาทางหลีกเหลี่ยง เพราะอันตราย และผลสุดท้าย
เราเองจะเสียใจตลอดชีวิต และเสียโอกาส ดังนั้นเปาโลจึงวิงวอน เชื้อเชิญ ท้าทาย เราทุกคน
ยิ่งเราไม่ถวายตัว ยิ่งเป็นทาสของ งานและวัตถุ แต่พระเจ้าบอกว่าความจริงจะทำให้เราเป็นไท
พระเจ้าไม่บังคับเรา แต่ปรารถนาให้เราถวายชีวิตให้พระองค์ทั้งกายและใจ

2. เพราะกลัวว่าตนเองจะทำตามสัญญาไม่ได้ ตลอด (ยาก)
คิด เมื่อจะถวายตัว มารก็จะพูดกรอกหูว่า ทำไม่ได้หรอก ทำได้ไม่นาน ทำไม่จริง
และจะอายพระเจ้า จะอายคนอื่น และพระคัมภีร์บอกว่าพระเยซูไม่ให้สาบานอะไร
/// นี้เป็นกลอุบายอีกอย่างทีได้ผลดี เพราะเราขาดความมั่นใจอยู่แล้ว เราไม่อยากเสียอิสรภาพอยู่แล้ว และเราคิดว่าไม่มีใครจะรักษาสัญญาได้แน่นอน เช่น อับราฮัมก็พลาด,ดาวิดก็พลาด,ซาโลมอน อื่นๆ
/// บทเรียน เราอย่าคิดว่าตนเองทำไม่ได้ เราต้องลองและต้องพึ่งในพระเจ้าจึงจะทำได้ ต้องรักพระเจ้าจริงๆ เช่น เปาโลทำได้เพราะอะไร ,โยเซฟและโนอาห์ทำได้เพราะอะไร ...เพราะความสัมพันธ์ที่ดีและความรักที่มีต่อพระเจ้าและมองในแง่บวก และจะเห็นโอกาสและพระพรอย่างมากมาย ดังนั้นเปาโลและพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มจึง เชื้อเชิญและท้าทาย เช่น ชีวิตผมเอง และคุณเองที่มีประสบการณ์
/// มารจะพูดกรอกหูตลอดเลยว่า ยังไง ยังไง ไม่มีทางที่คุณจะทำได้หรอก
และคุณเคยพุดอย่างนี้กับพระเจ้ากี่หนแล้วไม่เห็นทำได้พอสามวันสักที แต่พระเจ้าก็จะบอกเราว่า ถวายตัวเถิดลูกพ่อจะช่วยและอยู่เคียงข้าง พ่ออภัยเสมอและให้โอกาสลูกเสมอ ไม่ยากเลย คนอื่นทำได้ลูกก็ต้องทำได้ซิ

3. เพราะกลัวว่ามีงานและความรับผิดชอบเยอะ (ยุ่ง)
คือ กลัวว่าจะต้องดูแลและทำงานเยอะและยิ่งจะยุ่งมาก เพราะเวลาก็แทบไม่มีอยู่แล้ว
/// นี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ซาตานใช้ได้ผลดียอดเยี่ยม เพราะนิสัยของมนุษย์มักไม่อยากรับผิดชอบอะไรมากอยู่แล้ว และกำลังหาทางปัดทิ้งและหลีกเหลี่ยงอยู่แล้ว
/// และบางคนรู้ว่างานของพระเจ้าเยอะและยากมาก อยู่เฉยๆดีแล้วอย่าหาเห่าใส่หัวเลย อย่าหาเรื่องใส่ตัว มาโบสถ์และถวายทรัพย์อย่างสัตย์ซื่อก็พอแล้ว ดูซิคนอื่นๆเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ
/// แต่พระเจ้าทรงตรัสว่า งานของพระเจ้าไม่หนักและภาระก็เบา และพระเจ้าเองจะคอยช่วยไม่ใช่ให้เราทำคนเดียว ยิ่งเราไม่ยอมถวายตัวยิ่งยุ่ง ยิ่งเหยิง ยิ่งแย่ และยิ่งถวายพระเจ้ายิ่งเมตตาพอพระทัยและเทยพพระพรให้
สรุป..... นี้คือทางที่ดี โอกาสที่ดี สิ่งที่ดี.....เราต้องกล้าและฉลาดในการเลือก
จงฟังเสียงของพระเจ้า จงฟังผู้ที่ได้ชิมแล้ว รู้แล้ว เห็นแล้ว แนะนำเรา แม้ท่านเปาโลเองถึงกับท้าทาย เชื้อเชิญ แนะนำสิ่งที่ดีทางที่ดีที่สุดให้เรา คือ ยอมถวายตัวและหัวใจให้พระเจ้าเถิด จงกล้าถวาย อย่ากลัว อย่าเสียดาย เดี๋ยวจะเสียใจไปตลอดชีวิต

แบบอย่างการเป็นพยานของเปาโล

เมื่อเปาโลกำลังคอยสิลาสกับทิโมธีอยู่ในกรุงเอเธนส์นั้น ท่านมีความเดือดร้อนวุ่นวายใจ เพราะได้เห็นรูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง 17เหตุฉะนั้นท่านจึงโต้ตอบในธรรมศาลากับพวกยิว และกับคนที่ถือพระเจ้า และกับคนทั้งหลายซึ่งมาพบท่านที่สนามชุมนุมทุกวัน 18ปรัชญาเมธีบางคนในพวกเอปิคูเรียน และในพวกสโตอิกได้มาพบท่าน บางคนกล่าวว่า "คนเก็บเดนความรู้เล็กๆน้อยๆอย่างนี้จะใคร่มาพูดอะไรให้เราฟังเล่า" บางคนกล่าวว่า "ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่" เพราะเปาโลได้ประกาศพระนามพระเยซู และเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย
19เขาจึงจับเปาโลพาไปยังสภาอาเรโอปากัส(หรือ เนินเขาอาเรโอ) แล้วถามว่า "เราขอรู้ได้หรือไม่ว่าคำสอนอย่างใหม่ที่ท่านกล่าวนั้นเป็นอย่างไร 20เพราะว่าท่านนำเรื่องแปลกประหลาดมาถึงหูของเรา เหตุฉะนั้นเราอยากทราบว่า เรื่องราวเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร" 21เพราะชาวเอเธนส์กับชาวต่างประเทศซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น ไม่สนใจในอะไรอื่น นอกจากจะกล่าวหรือฟังสิ่งใหม่ๆ
22ฝ่ายเปาโลจึงยืนขึ้นกลางสภาอาเรโอปากัสแล้วกล่าวว่า "ดูก่อนท่านชาวกรุงเอเธนส์ โดยประการต่างๆข้าพเจ้าเห็นได้ว่า ท่านทั้งหลายเป็นนักศาสนา 23เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า 'แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก' เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบ ถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จักแต่ยังนมัสการอยู่ 24พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ 25พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก 26พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย
28ด้วยว่า 'เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์' ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า 'แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์' 29เหตุฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นทอง เงิน หรือหิน อันเป็นปฏิมากรสำเร็จด้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ 30ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี้ พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ 31เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต"
32ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็เยาะเย้ย แต่บางคนว่า "ข้าพเจ้าจะคอยฟังท่านกล่าวเรื่องนี้อีกต่อไป" 33แล้วเปาโลจึงออกไปจากเขา 34แต่มีบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อถือ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริสและคนอื่นๆด้วย
///// แนวทางในการเป็นพยานจากเปาโล
1. เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าแท้ต้องเป็นผู้สร้าง ไม่ใช้พระเจ้าที่ถูกสร้าง
พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้
พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย
2.เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าแท้ต้องเป็นผู้ให้ไม่ใช่มนุษย์เป็นฝ่ายให้

พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก
3. เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าแท้ต้องเป็นผู้พิพากษา ไม่ใช่ผู้ที่ถูกพิพากษา

เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต"
4. เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าแท้ต้องชนะความตาย

เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต"

32ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็เยาะเย้ย แต่บางคนว่า "ข้าพเจ้าจะคอยฟังท่านกล่าวเรื่องนี้อีกต่อไป"
สุดยอดนักประกาศ คือ เปาโล ( กจ.17.16-34)
สรุปเปาโลให้ความจริงเรื่องพระเจ้าแท้ คนที่เปิดใจ ถ่อมใจก็เข้าใจ กล้าที่จะเชื่อวางใจและรับเอาความรอดชีวิตนิรันดร์
จงเป็นพยานเหมือนเปาโลและให้ความจริงว่าพระเจ้าแท้เป็นอย่างไร ส่วนคนที่จะเชื่อหรือไม่ให้เป็นเรื่องระหว่างเขากับพระเจ้า
คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด 10ด้วยว่า ความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับสัจจะของพระเจ้าด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด และขอบพระคุณพระเจ้าที่นี่มีคนฉลาดเลือก กล้าเลือกและได้พบสิ่งประเสริฐคือความรอดและชีวิตนิรันดร์ คือ
แล้วเปาโลจึงออกไปจากเขา 34แต่มีบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อถือ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริสและคนอื่นๆด้วย พี่น้องที่รักเราแค่เป็นพยาน แต่งานรับเชื่อเป็นของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะสำแดงเชื้อเชิญเขาตัดสินใจรับเชื่อ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
พวกเราเป็นกลุ่มคริสตจักรท่มีความเชื่อตามหลักของพระคัมภีร์อย่างเคร่งครัด เราเชื่อว่า เรารอดโดยพระคุณพระเจ้า และเชื่อในตรีเอกานุภาพ และพระคัมภีร์66เล่มเป็นการดลใจจากพระเจ้าและไม่มีความผิดพลาดของต้นฉบับ และพระวจนะของพระเจ้าเป็นแหล่งชีวิตและความจริง เป็นหนังสือท่ช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน เราเชื่อว่าเมื่อเราเชื่อในพระองค์เราได้รับองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ในทันใดนั้น เพราะทรงประทับตราเรา ( เอเฟซัส 1:13-14)